Joy Ride Thailand ลูกรับจ้าง หลานจำเป็น พาผู้สูงอายุไปหาหมอ

Joy Ride Thailand ลูกรับจ้าง หลานจำเป็น พาผู้สูงอายุไปหาหมอ บริการพาผู้สูงวัยผู้ป่วยไปหาหมอ ฟอกไต กายภาพ ฉายแสง เคมีบำบัด
Personalized Companionship for Active Seniors & Empowering with Accessible Healthcare
(1)

22/05/2026

Me Before You
เมื่อการุณยฆาตให้สิทธิ์เราในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ปรารถนา

ตัวอย่าง Creative Silver Economy
22/05/2026

ตัวอย่าง Creative Silver Economy

BIZ: เปลี่ยนที่พักนักท่องเที่ยว
ให้เป็นบ้านหลังสุดท้ายคนชรา?
‘รีสอร์ตคนสูงวัยนานาชาติ'
อาจเป็นทางออกของไทย?
สำหรับหลายคน 'ฝรั่งที่มาเกษียณเมืองไทย' เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป และก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าเมืองไทยค่าครองชีพถูก และก็มีสารพัดสิ่งให้เลือกซื้อหาตั้งแต่บริการทางเพศจนถึงบริการทางการแพทย์แบบครบเครื่องไม่ด้อยไปกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว
ไอเดียพวกนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร แต่มันอาจทำให้เราเข้าใจ 'ชีวิตเกษียณ' คลาดเคลื่อน
ถ้าจะพูดสั้นๆ ทุกวันนี้เนื่องจากผู้คนอายุยืนขึ้นมาก เวลาพูดถึง 'วัยเกษียณ' เขามักจะแบ่งเป็นสองช่วงแล้วคือช่วงตอนต้นกับตอนปลาย โดยจุดตัดของสองช่วงคือที่ประมาณอายุ 75 ปี
วัยเกษียณช่วงต้นจะเริ่มตั้งแต่ที่ได้เงินเกษียณในรูปแบบต่างๆ (อายุเกษียณจะต่างไปในแต่ละประเทศ แต่ทั่วไปจะอยู่ที่ 60-65 ปี) ไปจนถึงอายุ 75 ปี ซึ่งในวัยเกษียณช่วงต้น ลักษณะเด่นคือยังมีกำลังวังชาใช้ชีวิตและเดินทางไปเที่ยว วัยนี้จะเป็นวัยที่ถ้ามีเงินพอจะชอบท่องโลก
แต่พออายุ 75 ปี ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ร่างกายจะเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ศักยภาพในการทำสิ่งต่างๆ จะลดลงอย่างหนัก บางคนเริ่มใส่เสื้อเองไม่ได้ บางคนจะเริ่มขับรถไม่ได้ บางคนจะเริ่มสมองเสื่อมเบาๆ จนลืมกินยาโรคประจำตัว มันจะเป็นวัยที่ไม่อยากเที่ยวแล้ว และเริ่มต้องการความช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวัน
ภาวะหลังนี้เรียกรวมๆ ว่าวัยเกษียณตอนปลาย และนี่เป็นวัยที่คนมักจะเริ่มต้องการที่อยู่สำหรับผู้สูงวัยโดยเฉพาะ เพราะมันจะตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันได้มากกว่าการอยู่ในที่อยู่อาศัยทั่วไป
ที่เล่ามานี่อยากจะให้เห็นภาพว่าฝรั่งเกษียณอายุไม่มากที่อยู่ตามคอนโดหรูใน กทม. และเมืองท่องเที่ยว กับฝรั่งเกษียณที่อยู่ตาม 'บ้านพักคนชราพรีเมียม' ที่มีการตั้งขึ้นทั่วไทยนี่เป็นคนละพวกเลย และถ้าคนที่ไม่ได้อายุมากถึงขนาดไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ปกติก็จะไม่อยากไปอยู่ตามสถานที่แบบหลัง ไม่ใช่เพราะว่ามันไม่สดใส มีแต่คนแก่ แต่เพราะมันจะแพงกว่าที่อยู่อาศัยทั่วไป เนื่องจากค่าเช่ามันจะรวมพวกค่าบริการต่างๆ สำหรับคนแก่ไปด้วย เช่นจะมีคนเรียกรถให้ คนนัดหมอให้ รวมถึงอาจมีคนช่วยเหลือตามความต้องการเฉพาะตัว
แล้วอีท่าไหนคนถึงมาอยู่ที่แบบนี้ในไทย? Business Insider เล่าเรื่องคู่รักอังกฤษคู่หนึ่งที่ปัจจุบันอายุเกือบ 80 ปี และอยู่ใน 'รีสอร์ตคนแก่' ที่เชียงใหม่ได้น่าสนใจมากๆ เพราะเขาไม่ได้อยู่มาแต่แรก และจริงๆ ก็ไม่เคยมาเมืองไทยด้วยซ้ำ ก่อนจะมาอยู่ไทยในวัยชรา
เขาเล่าว่าตัวเขาเป็นหมอรักษาเท้ามาก่อนที่อังกฤษ คือมีหน้าที่การงานดีเลย และเกษียณเร็วตอนอายุ 55 ปี ในปี 2003 ตอนที่เขาเกษียณช่วงแรกเขาก็ไปอยู่ตามที่เขาอยากไปอยู่ คือแถบบ้านนอกฝรั่งเศส แบบหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ที่ประชากรไม่ถึง 10,000 คน ซึ่งตอนแรกก็อยู่สบายสไตล์คนแก่วัยเกษียณที่ได้ใช้ชีวิตเกษียณตามที่จินตนาเอาไว้
หลังจากอยู่ฝรั่งเศสมา 9 ปี พวกเขาก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองแก่ลงกว่าเดิม และเริ่มเห็นภาพว่าถ้าแก่ตัวลงชนิดที่ขับรถไม่ไหว การอยู่ 'บ้านนอก' ที่ไม่มีรถโดยสารสาธารณะแบบนี้จะลำบากมากแน่ๆ พวกเขาเลยตัดสินใจย้ายไปประเทศเกาะเล็กๆ ที่ยุโรปใต้อย่างมอลตาในปี 2012 ด้วยเหตุผลว่ามันเป็นประเทศเล็กๆ ที่ทุกอย่างอยู่รวมกันในเมือง เดินทางสะดวก
พวกเขาอยู่มอลตา 7 ปี และในวัยกว่า 70 ปี พวกเขาก็รู้สึกว่าถึงเวลากลับบ้านเกิดที่อังกฤษแล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะว่ามอลตาเป็นประเทศเล็กๆ ที่กิจกรรมมีจำกัดด้วย
ตอนแรกที่กลับไปอยู่อังกฤษ เขาเลือกไปอยู่ในชุมชนคนแก่ตามวัย แต่อยู่เพียง 3 เดือนก็ต้องย้ายออก เพราะชุมชนประเภทนี้มักจะมีกฎระเบียบมาก แต่ที่สำคัญสุด จากการไปอยู่ฝรั่งเศสและยุโรปใต้มาเกิน 10 ปี พวกเขารับไม่ได้กับอาหารอังกฤษอีกต่อไป และนี่เองทำให้เขาอยู่ได้เพียง 3 เดือนก็ตัดสินใจย้ายออกมาเช่าอพาร์ตเมนต์ทั่วไปอยู่แทน และนั่นเป็นช่วงที่โควิด-19 ระบาดพอดี
พวกเขาเองก็ไม่ต่างจากทุกคน เขาติดอยู่ที่อังกฤษ และครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดีกับชีวิตวัยเกษียณ พวกเขาไม่ได้รักอังกฤษอะไรนัก ไม่เช่นนั้นคงไม่ย้ายออกแต่แรก การกลับมาที่อังกฤษก็เหมือนเป็นการตั้งหลัก แล้วพอโควิดระบาด พวกเขาก็เหมือนทุกคนที่มีคำถามตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่สถานการณ์จะปกติ จะได้เดินทางไปต่างประเทศเสียที
พวกเขาใช้เวลาช่วงโควิด-19 ทำการบ้าน เพื่อหา 'บ้านหลังสุดท้าย' ที่จะอยู่ได้ยาวๆ ในยามแก่ชรา และในปีที่สถานการณ์คลี่คลาย พวกเขาก็เลือกจะ 'เดินทางครั้งสุดท้าย' มาอยู่ที่เชียงใหม่ ในวัย 75 ปี โดยที่ไม่คิดจะย้ายไปที่อื่นอีกแล้ว (ฝั่งภรรยากล่าวว่า “ชีวิตนี้ไม่อยากเห็นสนามบินอีกแล้ว”)
ความน่าสนใจคือ สองสามีภรรยาเป็นคนที่เที่ยวแถบยุโรปเป็นหลักมาทั้งชีวิต แทบไม่เคยได้มาแถวเอเชียเลย ไทยก็ไม่เคยมา แต่กลับเลือกมาอยู่ไทยในบั้นปลายชีวิต
ที่ที่เขาเลือกน่าจะเรียกได้ว่าเป็น 'รีสอร์ตคนแก่' ชื่อว่า Care Resort Chiang Mai เป็นรีสอร์ตสำหรับคนวัยชราชื่อดังเลย ลงสื่อต่างประเทศมากมาย โดยค่าพักอาศัยพร้อมบริการที่รีสอร์ต อยู่ที่ประมาณ 61,800 บาท ต่อคนต่อเดือน หลักๆ มันก็คือรีสอร์ตนี่เอง แค่บริการต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุ และคิดราคาสำหรับคนที่จะอยู่ยาวๆ
อยากให้ลองนึกภาพรีสอร์ต ตั้งแต่ห้องพักไปจนถึงสระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกาย หน้าตามันไม่ใช่ 'บ้านพักคนชรา' แบบที่เราคนไทยเข้าใจแน่ๆ แต่ที่เพิ่มเติมคือ มันมีการทำสัญญาระยะยาว เพื่อให้ผู้เข้าอยู่สามารถปรับปรุงห้องพักได้ตามใจเหมือนอยู่บ้าน กล่าวคือจะเอาฟอร์นิเจอร์มาใส่เพิ่ม หรือจะเปลี่ยนผ้าม่าน ทำได้หมด
แน่นอน 'ฝรั่งเกษียณ' ก็สุดจะแฮปปี้ เพราะถ้าอยากได้ไลฟ์สไตล์ประมาณนี้ในอังกฤษ น่าจะต้องจ่ายเพิ่มประมาณ 4 เท่าตัว (ที่อเมริกาก็น่าจะราคาใกล้เคียงกัน) ทั้งนี้เขาก็ยอมรับตรงๆ ว่าจ่ายไม่ไหว จึงเลือกมาอยู่ที่เชียงใหม่ ประเทศไทย โดยที่ไม่เคยมาเที่ยวไทยมาก่อนด้วยซ้ำ
แน่นอน เราจะมองว่านี่เป็นเรื่องเล็กๆ ก็ได้ แต่อีกมุม มันเป็นไอเดียทางธุรกิจที่อาจเป็นทางออกของ 'รีสอร์ต' จำนวนมากมายในไทยที่ต้องเผชิญกับภาวะนักท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะสุดท้ายกรณีที่ว่ามานี้เราก็จะเห็นได้ว่า ฝรั่งวัยเกษียณตอนปลายนั้นไม่ได้ต้องการมาอยู่ 'บ้านพักคนชรา' ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ แต่พวกเขาอยากใช้ชีวิตเหมือนมาเที่ยวรีสอร์ต และในไทยเองก็น่าจะมีรีสอร์ตจำนวนไม่น้อยที่ทุกวันนี้ประสบปัญหานักท่องเข้าพักน้อยลงๆ ทุกที

จุดเริ่มต้นของ   เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2025วันนั้นจอยไปร่วมงาน Life Fest ที่ The Cloud จัดร่วมกับ Superjeew Event โดยมี ...
21/05/2026

จุดเริ่มต้นของ เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2025

วันนั้นจอยไปร่วมงาน Life Fest ที่ The Cloud จัดร่วมกับ Superjeew Event โดยมี สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealthh เป็นผู้สนับสนุน

ในวัย 43 ปี จอยถามตัวเองว่า

“เราจะได้ดูแลพ่อแม่ไปจนถึงวันสุดท้าย หรือเราอาจจากไปก่อน?”

เพราะการทำงานกับผู้สูงวัยและผู้ป่วย ทำให้เห็นความจริงชัดเจนว่า
วันนี้ “ความตายไม่ได้เลือกอายุ”

หลายคนไม่ได้เสียชีวิตเพราะแก่ชรา
แต่จากโรคไต โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่าง ๆ

แม้โลกจะพูดถึง Longevity แต่ในชีวิตจริง คนจำนวนมากกำลังเจ็บป่วยเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

สิ่งที่จอยกลัวที่สุด ไม่ใช่ความตาย
แต่คือการกลายเป็นภาระของพ่อแม่

Trigger Point ครั้งที่สอง เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลเมื่อได้ยินว่า
“เชิญรับยาที่ช่อง 3”
(ไม่ใช่ช่อง 3 พระราม 4
แต่เป็นสัญญาณเตือนจากผลตรวจสุขภาพตลอด 3 ปีที่ผ่านมา)

ไขมันดีลดลง
ไขมันเลวเพิ่มขึ้น

หมอให้ทางเลือกสองอย่าง
1. ใช้ “ปากกู” ลดน้ำหนัก
2. ออกกำลังกายอย่างจริงจัง

แต่คนวัย 40 ที่ทำสตาร์ทอัพมักมีข้ออ้างว่า “ไม่มีเวลา”

ทั้งที่หลังอาบน้ำ เรากลับมีเวลานอนดูซีรีส์ใน Netflix ได้เป็นชั่วโมง

เมื่อคิดแบบนี้ จอยจึงถามตัวเองว่า

เรากำลังให้ความสำคัญกับความบันเทิงชั่วคราว
มากกว่าสุขภาพระยะยาวหรือเปล่า?

จอยอยากมีสุขภาพดีขึ้น
เพื่อขอบคุณร่างกายที่ทำให้เราได้ทำงานที่รัก
และเพื่อขอบคุณพ่อแม่ที่เป็นห่วงเรามาตลอด

เพราะลูกทุกคนคงเสียใจ
หากวันหนึ่งเรากลายเป็นคนที่ต้องให้พ่อแม่มาดูแลเราแทน

ดังนั้น การดูแลสุขภาพของตัวเอง
คือการแสดงความรักต่อพ่อแม่ในรูปแบบหนึ่ง

และยังเป็นการแสดงความกตัญญูต่อร่างกาย
ที่เรามักใช้งานอย่างหนัก
แต่ไม่ค่อยตอบแทนด้วยการพักผ่อน การออกกำลังกาย หรือการเลือกกินสิ่งที่ดี

ผลลัพธ์ไม่เคยโกหก
ทั้งค่าดัชนีมวลกาย ผลเลือด และความเจ็บป่วย

จอยอยากเป็นคนที่มีวินัยและรับผิดชอบ

เพราะมีหลายหน่วยงานที่ให้ทุนและสนับสนุนการทำงานของเรา
การลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
คือการพิสูจน์ว่าเรารับผิดชอบชีวิตตัวเองได้

และหากเราดูแลตัวเองได้
เราก็มีพลังที่จะดูแลสังคมได้จริง

หลังจากเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน
ผลเลือดล่าสุดเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

หมอโทรมาชมว่า

“ไปทำอะไรมา?”

คำตอบของจอยมีเพียงสองอย่าง

“แค่วิ่ง”
และ
“เปลี่ยน Mindset”

จอยเคยเข้าใจผิดว่า
การออกกำลังกายคือการลงโทษตัวเองหลังจากกินมากเกินไป

เราโตมากับความเชื่อว่า
ทำผิดต้องวิ่งรอบสนาม
ทำผิดต้องซิตอัพ

แต่วันนี้จอยมองต่างออกไป

การออกกำลังกายไม่ใช่การลงโทษ
แต่มันคือ “รางวัล” ที่เรามอบให้ร่างกาย

ทุกครั้งที่เหงื่อไหล
ผมฟู
ตัวเหนียว
และหัวใจเต้นแรง

จอยไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังทรมาน

แต่กำลัง transform ตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้น

เราอาจไม่ได้ผอมที่สุด
หรือดูดีที่สุด

แต่เราจะรักตัวเองมากขึ้น
เหนื่อยน้อยลง
มีสติกับทุกคำที่กำลังจะกลืนลงไป

ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเปลี่ยนตัวเองจนหมดความสุข

เพียงแค่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง
เพราะเวลาของคนเราไม่ได้มีไม่จำกัด

จอยชวนเพื่อนคนแรก คือ OLDK จองทำกายภาพบำบัดที่บ้าน โดยนักกายภาพวิชาชีพ เพราะคุณเบนซ์ ผู้ก่อตั้ง ซึ่งเป็นนักวิ่ง และยังเป็นผู้ประกอบการที่มีหัวใจเดียวกัน มาร่วมกันสร้าง Silver Run Clubให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นสำหรับทุกวัย

ที่นี่ไม่ได้มีแค่การวิ่ง
แต่มีการพูดคุย
กินข้าว
หัวเราะ
และใช้เวลากับคนที่เรารัก

โดยเฉพาะครอบครัวที่มีพ่อแม่สูงวัย

เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด คือ ตัวจอยเอง

จอยรักตัวเองมากขึ้น
และรู้สึกสำนึกในบุญคุณของร่างกายอย่างแท้จริง

จากวันที่เดิน 1 กิโลเมตรแล้วยังเหนื่อย
วันนี้จอยสามารถเดิน–วิ่งได้ 4–7 กิโลเมตรต่อครั้ง

ไม่ใช่ว่าไม่เหนื่อย
แต่เราเลือกที่จะไม่ยอมแพ้

ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา
จอยลดน้ำหนักได้ 6 กิโลกรัม

และหมอกำลังทยอยลดยา
จนมีโอกาสไม่ต้องใช้ยาลดไขมันอีกต่อไป

แต่สิ่งที่มีค่ามากกว่าตัวเลขบนเครื่องชั่ง

คือภาพที่เห็นใน Silver Run Club

มีเด็กเล็ก
มีผู้สูงวัยอายุ 80+
มีผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์เจ็บป่วย
แต่ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิต

มีลูกหลานที่จูงมือพ่อแม่มา
และมีครอบครัวที่เข็นวีลแชร์มาร่วมกิจกรรม

มันทำให้จอยรู้ว่า

Community ของเราอาจไม่ใหญ่
แต่หัวใจของเรากว้างมาก

อบอุ่น
อ่อนโยน
และเต็มไปด้วยความรัก

Silver Run Club ไม่ได้เปลี่ยนแค่ร่างกายของจอย

แต่มันเปลี่ยนหัวใจของจอยด้วย

และจากนี้ไป
การวิ่งของจอยจะไม่ใช่การวิ่งเพียงลำพัง

แต่เป็นการวิ่งไปพร้อมกับทุกคน
ที่อยากรักตัวเองมากขึ้น
อยากดูแลพ่อแม่ให้นานขึ้น
และอยากสร้างสังคมที่แก่ไปอย่างมีคุณภาพ

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ค่ะ 💙


&JoyLife

#รักตัวเองเพื่อดูแลคนที่เรารัก
#แก่อย่างมีคุณค่าชราอย่างมีคุณภาพ

21/05/2026

เดือนหน้าครบรอบ5ปี ที่คิดJoyRide ขอบคุณที่ไอเดียนี้เป็นจริงเพราะทุกๆคนตรงนี้ และเพราะ มี JoyRide จอยเลยยังมีลมหายใจถึงตอนนี้

20/05/2026

ดูแลพ่อแม่
ก็คือ
การเรียนรู้ตลอดชีวิต
ไม่ชีวิตเราก็ชีวิตพ่อแม่นั่นแหละ

ความน่ารักของผู้ชายคนที่ตัดกิ่งต้นพวงครามของจอยก็ยังมีอยู่นะ
20/05/2026

ความน่ารักของผู้ชายคนที่ตัดกิ่งต้นพวงครามของจอยก็ยังมีอยู่นะ

ฝากเนื้อฝากตัวให้ทีมข่าวและผู้จัดทุกท่านนะคะ ไม่ได้มาaudition ละคร โปรดติดตามตอนต่อไปกราบขอบพระคุณพิธีกร ระดับตำนานของปร...
20/05/2026

ฝากเนื้อฝากตัวให้ทีมข่าวและผู้จัดทุกท่านนะคะ
ไม่ได้มาaudition ละคร
โปรดติดตามตอนต่อไป

กราบขอบพระคุณพิธีกร ระดับตำนานของประเทศ อัดรายการเสร็จท่านเอ่ยปากถามจอยว่า "นี่เรียนจบอะไรมา"
ก่อนหน้านี้ทำงานอะไร
ทำไมพูดเก่งมาก
555

ใจฟูมาก

คิดว่ารายการอะไร ใครทายถูกจอยส่งกอด E Hug ไปให้ 3 กล่องค่ะ

เมื่อวานวิ่งออกกำลังเสร็จ กลับบ้านค่อนข้างค่ำเลี้ยวรถเข้ามาสิ่งที่จอยเห็นชัดมาก คือ ต้นพวงครามหายไปคนที่รู้จักจะพอทราบว่...
20/05/2026

เมื่อวานวิ่งออกกำลังเสร็จ กลับบ้านค่อนข้างค่ำ

เลี้ยวรถเข้ามา

สิ่งที่จอยเห็นชัดมาก คือ ต้นพวงครามหายไป

คนที่รู้จักจะพอทราบว่า "จอยรักต้นไม้มาก" และพวงครามออสเตรเลียต้นนี้จอยรักมากๆๆๆๆ

เพราะแม้ต้นจะเล็ก

แต่ก็ออกดอกให้จอยได้เบิกบานใจเสมอ

เราปลูกแบบไม่ได้ใส่ใจมาก มา 6 ปี ตั้งแต่โควิด หม่าม้ารดน้ำ แดดก็โดนบ้าง ปุ๋ยไม่ใส่เลย

น้องอยู่ในกระถางแต่ก็สู้ชีวิตรากทะลุกระถางลงดินสูงประมาณ 1.8 เมตร ยังกะพวงครามแคระ

แต่

ก็ขอบคุณที่น้องออกดอกให้จอยได้ดีใจเรื่อยๆเลย ม่วงบ้างเขียวบ้าง แต่จอยมีความวสุขทุกครั้งที่ได้ชื่นชมเค้า

วันเสาร์ที่ผ่านมา...

ที่บ้านมีคนมาจัดสวนปรับหน้าดิน

เรา (จอยกับหม่าม้า) คุยกันว่าจะย้ายพวงครามต้นนี้ไปอีกข้างของบ้าน เพื่อให้เค้ารับแดดเต็มที่ เพื่อจะได้มีเสาสูงๆให้เลื้อยเกาะ

แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

ป่าป้าผู้ที่ไม่เคยสนใจต้นไม้ของแม่ลูก
ไม่เคยจับจอบเสียม

กลับตัดกิ่งก้าน ใบ ดอก ของพวงครามที่กำลังออกดอกฟูแน่น

จอยเพิ่งรู้เรื่องนี้

และหัวใจของจอยมันก็แตกสลายทันทีที่เห็นสภาพต้นที่ไร้ใบ
ไม่มีคำพูด
ไม่มีน้ำตา..
แต่ความรู้สึกแตกร้าว ท่วมอยู่เต็มหัวใจ
จุก
จอยอยากจะกรีดร้อง
จอยคิดว่า "ต้นไม้คงเจ็บปวด" เหมือนมีคนกรีดตัวเรา

แล้ว

จะอยู่อย่างไร
ต้นไม้อายุ 6 ปีที่มีแต่ลำต้น และราก
จอยไม่เข้าใจป๊า
มายุ่งทำไม
ทำอะไร....ทำไมไม่ถาม?แต่จอยเรียกใจตัวเองกลับมา และพูดในใจว่า "ป๊าเป็นสมองเสื่อม"

จอยพูดซ้ำๆ ในใจ แทนความคิดที่อยากร้องไห้ อยากกริ๊ด

สิ่งทื่จอยรู้สึกโกรธ เสียใจ ก็โดนแทนที่ด้วย ความรู้สึกว่า ไม่เป็นไรนะ ..

"ช่างมันเถอะ"

ต้นไม้ถ้าเค้าไปต่อไม่ได้
ก็ต้องปล่อยเค้าไป
6 ปีที่ผ่านมาเค้าก็ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว

แต่พ่อที่ยืนอยู่ข้างๆเรา "ยังหายใจอยู่"

เราอาจซื้อใหม่
หรือเค้าอาจรอด
แต่ "ถ้าจอยปล่อยปาก ไปตามอารมณ์"

ก็อาจเป็นการทำร้ายพ่อเราให้เค้าเสียใจ ว่าลูกที่ให้ชีวิตมาช่างใจร้าย ด้วย "ความตั้งใจ พูดให้เจ็บ"

"ป๊า ที่ตัดกิ่งริดใบไปเพราะสมองบอกว่า ทำเลย ไม่ผิด ช่วยคนงานทำสวน ช่วยเมียตัดต้นไม้"


ป๊าอาจไม่ได้ตั้งใจทำให้ใจของจอยต้องแตกสลาย

ป๊าไม่รู้ว่าทำแบบนี้ต้นไม่อาจตาย

ป๊าคิดไม่เป็น ... เพราะป๊าสมองเสื่อม ด้วยโรคหลอดเลือดตามที่ไปหาหมอมา และเสื่อมตามวัย
..

เช้านี้จอยเดินลงมา

ยังงอลอยู่ ไม่อยากมองหน้าพ่อ
แต่จอยก็เลือก

ที่จะ "ไม่ได้เอาคำพูดเป็นอาวุธ "

และ
"ไม่ได้ปล่อยให้อารมณ์เป็นกรงขังตัวเองได้"
จอยคิดว่าเราแค่ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
เมื่อยอมมรับได้ว่ามันกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้
อย่างน้อยเราก็ไม่ทุกข์กับอารมณ์ตัวเองที่ไม่ยอมปล่อย
เหมือนประโยคนึงในเพลงที่จอยชอบฟังตอนนี้คือ

I let it go
I free my soul, that's why I glow.

#ปฎิบัติทำที่บ้าน


#พวงคราม

⭐เรื่องพาผู้สูงวัยไปหาหมอ Joy Ride คัดเลือกให้แต่ถ้าเรื่องประกันสุขภาพ ต้อง D Health Lite จากเมืองไทยประกันชีวิต ที่คัดเ...
19/05/2026

⭐เรื่องพาผู้สูงวัยไปหาหมอ Joy Ride คัดเลือกให้
แต่ถ้าเรื่องประกันสุขภาพ ต้อง D Health Lite จากเมืองไทยประกันชีวิต
ที่คัดเลือกอย่าง D เพื่อคุณ เจ็บป่วย แอดมิตเหมาจ่ายค่ารักษา 5 ล้านบาท* ทั้งโรคทั่วไปและโรคแรง ๆ เลือกแผนได้ตามต้องการ ในราคาที่คุณเข้าถึงได้ ดูรายละเอียดคลิก https://webmtl.co/494WJZD
ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตรับสิทธิพิเศษเยอะ จาก Joy Ride ด้วยนะ คลิก https://webmtl.co/4nw9ORE
#เมืองไทยประกันชีวิต

*กรณีเลือกความคุ้มครองแผน 5 ล้านบาท ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง
- เงื่อนไขการแลกคะแนนสะสม และการรับสิทธิพิเศษจากเมืองไทยสไมล์คลับเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตกำหนด

- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

เพิ่งทราบว่า ป้าจิบจะเปิดรับOderยาหม่องถึงแค่ กรกฏาคมนี้เท่านั้นนะคะ เพราะจะไปอยู่เมลเบิร์น3เดือนค่ะ กลับถึงไทยสิ้นเดือน...
19/05/2026

เพิ่งทราบว่า ป้าจิบจะเปิดรับOderยาหม่องถึงแค่ กรกฏาคมนี้เท่านั้นนะคะ
เพราะจะไปอยู่เมลเบิร์น3เดือนค่ะ กลับถึงไทยสิ้นเดือนตุลาคม

แม่คืออยู่ไทย 2วัน
แม่บินไปเที่ยวปักกิ่ง มองโกลเลียต่ออีก15วันค่ะ
แม่กลับมาก็จะแพลนไปต่ออีกค่ะ

(นี่มันชีวิตในฝันหลัง 60 ของจอยชัดๆ)

ถ้ายาหม่อง ยาหม่อง ฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย ใกล้จะหมดรีบสั่งจองไว้ก่อนนะคะ ไม่งั้นรออีกทีปีหน้านะคะ

จอยรีวิวหลายร้อยรอบแล้วว่า น้ำมันไพลและยาหม่องป้าจิปคือ OG No1 ใครใช้แล้วชอบทุกคน จอยแนะนำมากๆๆๆ

บ้านอยู่ใกล้กันแต่ไม่ได้เจอกัน ต้องไปนัดเจอที่KL รูปถ่ายปีที่แล้วตอนไปงานประชุม UNWomen ป้าจิปทำยาดมให้จอยไปแจกคนในงานทุกคนชอบมากๆๆๆๆ

อันนี้แถม #ลูกชาย3คนของป้าจิปหล่อและเก่งทั้งบ้าน

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 07:00 - 18:00
อังคาร 07:00 - 18:00
พุธ 07:00 - 20:00
พฤหัสบดี 07:00 - 18:00
ศุกร์ 07:00 - 18:00
เสาร์ 08:00 - 17:00
อาทิตย์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66953953974

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Joy Ride Thailand ลูกรับจ้าง หลานจำเป็น พาผู้สูงอายุไปหาหมอผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Joy Ride Thailand ลูกรับจ้าง หลานจำเป็น พาผู้สูงอายุไปหาหมอ:

แชร์