Weshopchina นำเข้าสินค้าจากจีน

Weshopchina นำเข้าสินค้าจากจีน เว็บสั่งซื้อสินค้าจากจีนพร้อมนำเข้าครบวงจร ไม่ต้องรู้ภาษาจีน ก็สั่งซื้อได้ ง่ายๆ กับเรา

ผู้ช่วยในการนำเข้าสินค้าจากจีนแบบครบวงจร
★ ดำเนินการสั่งซื้อ
★ นำเข้า ทั้งทางบกและทางเรือ
★ ตรวจเช็คสินค้า
มั่นใจได้ว่าถึงเร็ว ปลอดภัย ลูกค้าสามารถทำการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์และติดตามสถานะการสั่งซื้อได้ตลอด 24 ชม.

โทร. 02-114-7461
Line ID :
www.weshopchina.com

สำหรับการขนย้ายสินค้าในท่าเรือยุคนี้ ไม่ได้ใช้แรงงานคน แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เกือบทุกขั้นตอน เพราะในแต่ละท่าเรือ...
22/05/2026

สำหรับการขนย้ายสินค้าในท่าเรือยุคนี้ ไม่ได้ใช้แรงงานคน แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เกือบทุกขั้นตอน เพราะในแต่ละท่าเรือนั้น ต้องทำเวลาและมีการแข่งขันกันนาทีต่อนาที เพื่อยกสินค้าขึ้น-ลง
ปัจจุบัน ระบบการจัดการท่าเรือจะเรียกว่า Port Automation ซึ่งทำหน้าที่ในการบริหารจัดการท่าเรือให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด โดยใช้ระบบของ Computer และหุ่นยนต์ในการขนย้ายตู้คอนเทนเนอร์บริเวณหน้าท่าเรือ

Weshopchina ได้มีขั้นตอนที่น่าสนใจของการขนส่งท่าเรือ และกระบวนการขนย้ายสินค้าในเรือ มาเล่าสู่กันฟัง เริ่มจาก…

1️⃣ Stacking Lanes ขั้นตอนแรกคือการขนย้ายสินค้าไปวางเรียงกันเป็นชั้นๆ เรียกว่า Stack ปกติอาจมีการวางเรียงไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 4-5 ชั้น โดยมีเครนขาสูง (Gantry Crane) เป็นเครื่องมือในการขนย้าย ซึ่งปัจจุบันท่าเรือหลายแห่งได้นำเอาระบบ Computer Right เข้ามากำหนด Location ในการวางตู้ โดยมีหอ Control Room ในการควบคุมระบบการทำงาน
2️⃣ เมื่อขั้นตอนแรกเสร็จสิ้นเรียบร้อย กระบวนการถัดมาจะต้องเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ไปไว้หน้าท่า อาจใช้เครนขาสูง (Gantry Crane) หรือรถยกที่เรียกว่า Top เพื่อทำหน้าที่สำหรับเคลื่อนย้ายคอนเทนเนอร์
3️⃣ ขั้นตอนสุดท้าย คือการ Slot Stacking คือการยกตู้สินค้าที่วางอยู่หน้าท่า Quay ขึ้นไปวางไว้บนเรือ โดยมี Quay Crane คือ Crane ที่อยู่หน้าท่าทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้าย

ข้อควรรู้คือ ประเทศไทยมีท่าเรือหลักที่สำคัญอย่างท่าเรือกรุงเทพฯ มีตู้เข้า-ออกประมาณเกือบ 1 ล้านตู้ต่อปี และท่าเรือแหลมฉบัง มีตู้เข้า-ออกประมาณ 2.9-3.0 ล้าน TEU

นอกเหนือจากท่าเรือหลักสำคัญภายในประเทศไทยแล้ว ยังมีท่าเรือมาบตาพุด, ท่าเรือสตูล และท่าเรือน้ำลึกสงขลา โดยประเทศไทย ยังต้องแข่งขันกับหลายประเทศด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ หรือฮ่องกง ซึ่งมีตู้เข้า-ออก ปีละประมาณ 17.04 ล้าน TEU

ขั้นตอนการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์อาจดูเหมือนไม่ซับซ้อน แต่ยังต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์ช่วยในการเคลื่อนย้าย และต้องแข่งขันกับเวลา นอกจากนี้ยังมีชนิดหรือขนาดของตู้คอนเทนเนอร์ มาเกี่ยวเนื่องกับการขนส่งทางทะเล หรือที่เรียกว่าเป็นการขนส่งทางทะเลด้วยระบบ ‘ตู้คอนเทนเนอร์’ ซึ่งจำเป็นต้องแยกชนิดหรือประเภทของตู้เอาไว้ เพื่อความชัดเจนว่าตู้ไหนบรรจุสินค้าประเภทใด

สำหรับการขนส่งสินค้าด้วย Container Vessel (ระบบตู้คอนเทนเนอร์) สินค้าต้องบรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ หากผู้จำหน่ายเป็นผู้บรรจุเอง เรียกว่า Term CY หรือ Consignee Load and Count ในกรณีที่บริษัทเรือเป็นผู้บรรจุตู้สินค้าในท่าเรือหรือใน ICD (Inland Container Deport) โดยตัวแทนบริษัทเรือเป็นเจ้าของสถานที่ จะเรียกลักษณะการขนส่งประเภทนี้ว่า CFS (Container Freight Station) เป็นต้น

ขณะเดียวกันสินค้าที่เป็น Term CY ได้นั้น ต้องเป็นสินค้าประเภทเต็มตู้หรือที่เรียกว่า FCL (Full Container Load) ส่วนใน Term CFS ก็สามารถเป็นได้ ทั้งที่เป็น FCL หรือการบรรจุแบบรวมตู้ (Consolidated) คือ สินค้าน้อยกว่า 1 ตู้ เรียกว่า LCL (Less Container Load)

ขนาดของ Containers ที่ใช้เพื่อบรรจุส่วนใหญ่ มีขนาดดังนี้

1️⃣ ขนาด 20 ฟุต เป็นตู้ที่มี Outside Dimension คือยาว 19.10 ฟุต และกว้าง 8.0 ฟุต สูง 8.6 ฟุต และมีน้ำหนักบรรจุตู้ได้สูงสุดประมาณ 32-33.5 CMU (คิวบิกเมตร) และน้ำหนักบรรจุตู้ไม่เกิน 21.7 ตัน
2️⃣ ขนาด 40 ฟุต มีความยาว 40 ฟุต กว้าง 8 ฟุต สูง 9.6 ฟุต สามารถบรรจุสินค้าได้ 76.40-76.88 CMU และบรรจุสินค้าน้ำหนักสูงสุดได้ 27.4 ตัน ซึ่งเป้นน้ำหนักสำหรับสินค้าประเภท Dry Cargoes หรือตู้ใส่สินค้าทั่วไป

ในการขนส่งสินค้าด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ได้รับการยอมรับว่าเป็นรูปแบบการขนส่งมาตรฐาน และเป็นการขนส่งที่ผู้ให้บริการชิปปิ้งส่วนใหญ่ใช้กัน คิดเป็นสัดส่วนโดยประมาณ 95% ของการขนส่งสินค้าทางทะเล อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการชิปปิ้งที่ขนส่งด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ยังมีเพียงน้อยรายหากเทียบกับปริมาณของการขนส่ง โดยผู้ให้บริการสายการเดินเรือหรือที่เรียกว่า Carrier มีการรวมตัวกันเป็นชมรม (Conference) ทำให้มีบทบาทในการกำหนดค่าขนส่งสินค้า และค่าบริการชิปปิ้งในอัตราที่บางครั้งมีลักษณะแบบกึ่งผูกขาด

ปัจจุบัน ชมรมสายการเดินเรือที่สำคัญของโลก มีใครบ้าง ?

1️⃣ Far Eastern Freight Conference (FEFC) บริการรับขนสินค้าจากเอเชียไปยุโรป เน้นสินค้าที่ขนส่งทางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นอาณาบริเวณที่มีการขยายตัวประมาณ 24% และสินค้าที่ไปทางรัสเซียตะวันออก Petersburg
2️⃣ Asia / West Coast South America เป็นการเดินเรือทางด้านตะวันตกของเอเชีย ไปจนถึงทวีปอเมริกาใต้
3️⃣ Informal Rate Agreement (IRA) ได้ครอบคลุมธุรกิจจากเอเชียไกลไปจนถึงเอเชียภาคตะวันออกกลาง ครอบคลุมตั้งแต่เกาหลี, จีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน, เวียดนาม, ไทย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย
4️⃣ Trans Pacific ครอบคลุมอาณาบริเวณริมมหาสมุทรแปซิฟิก ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อเมริกา West Coast

สนใจสั่งสินค้าจากจีน ติดต่อ Weshopchina
www.weshopchina.com
โทร : 02-114-7461
LINE :

เมื่อสิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น แต่เมื่อได้เริ่มต้นลงมือทำแล้ว สิ่งที่ว่ายาก อาจเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื...
15/05/2026

เมื่อสิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น แต่เมื่อได้เริ่มต้นลงมือทำแล้ว สิ่งที่ว่ายาก อาจเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อคุณได้ไอเดียในการมองหาสินค้าเพื่อนำเข้ามาจำหน่าย หลังจากนั้นคือการมองหาแหล่งสินค้าและขั้นตอนการนำเข้าที่จะช่วยประหยัดต้นทุน
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของการนำเข้าสินค้าจากจีน คือ การเลือกซัพพลายเออร์ที่ดีมีคุณธรรม ราคาไม่แพง และช่วยเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจ โดยกลยุทธ์ต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณสามารถแข่งขันกับตลาดได้ มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

1️⃣ สั่งซื้อหรือสั่งผลิตจากร้านค้าที่ราคาไม่แพง
เลือกร้านค้าที่คุณภาพดี และราคาเป็นธรรม เช่น ใน Taobao ซึ่งเป็นเว็บขายปลีก และ 1688 เว็บไซต์ขายส่งของจีน ยิ่งซื้อในปริมาณมาก ก็ยิ่งได้ราคาที่ถูกลง นอกจากนี้ 1688 ยังมีร้านค้าที่รับผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ของคุณเองด้วย จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างแบรนด์ และกำหนดคุณภาพด้านวัตถุดิบ รวมทั้งสามารถควบคุมงบประมาณตามที่มี

2️⃣ สั่งซื้อสินค้าปริมาณมาก ช่วยประหยัดค่าขนส่งที่ถูกลง
ตัวเลขที่แตกต่างกัน มีผลต่อค่าขนส่งที่ต่างกันด้วย เช่น หากสั่งซื้อ 1,000 หน่วยเปรียบเทียบกับ 10,000 หน่วย ยิ่งตัวเลขการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยประหยัดค่าขนส่งได้มากขึ้นเท่านั้น เช่น คุณมีค่าใช้จ่าย 500$ ต่อการขนส่ง 1,000 หน่วย หรือคิดเป็น 0.5$ / หน่วย แต่หากขนส่ง 10,000 หน่วย ค่าขนส่งจะอยู่อยู่ที่ 700$ หรือหน่วยละ 0.7$ จะเห็นได้ชัดว่า ราคาต่อหน่วยมักจะลดลงเมื่อคุณสั่งซื้อหรือนำเข้าสินค้าจากจีนในปริมาณที่มากขึ้น

3️⃣ นำเข้าจากประเทศใกล้ๆ จะช่วยประหยัดค่าขนส่ง
แน่นอนว่า หากที่ตั้งของบริษัทอยู่ในประเทศไทย การนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ไต้หวัน เวียดนาม ญี่ปุ่น ย่อมมีค่าขนส่งที่ถูกกว่าการนำเข้าจากทางยุโรป เพราะฉะนั้น พยายามมองหาแหล่งนำเข้าใกล้ๆ เพื่อช่วยประหยัดค่าขนส่ง ระยะเวลาในการรอสินค้า ค่าใช้จ่ายของการใช้บริการ Freight Forwarder ตลอดจนค่าภาษีนำเข้า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน การนำเข้าสินค้าจากจีน ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าต่ำสุด 0% หากผู้นำเข้ามีเอกสาร Form E

4️⃣ สั่งซื้อสินค้าประเภทเดียวกันแต่หลายสี
การสั่งซื้อสินค้าประเภทเดียวกันเพื่อขนส่งมาในคราวเดียวนั้น เป็นไอเดียที่ดีมาก และเพื่อความคุ้มค่า อาจเลือกดีไซน์และสีที่คละกัน อย่างไรก็ตาม คุณสามารถขอคำแนะนำได้จากซัพพลายเออร์ในการคละสีที่แตกต่างกันให้ เพื่อประหยัดต้นทุนและยังช่วยให้ลูกค้ารู้สึกแฮปปี้ที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลายอีกด้วย

5️⃣ ติดตั้งระบบออนไลน์เพื่อช่วยในการดำเนินการ
ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์จำนวนมากที่ใช้งานผ่านระบบออนไลน์ ช่วยในการติดตามสินค้าคงคลัง และการสั่งซื้อแบบเรียลไทม์ ตลอดจนสามารถติดตามสถานการณ์ขนส่งสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย ข้อดีคือเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการขนส่ง ประหยัดเวลาในการเช็คสินค้า และค่าใช้จ่ายในการขนส่ง

6️⃣ ต่อรองเรื่องการชำระเงิน
แทนที่คุณจะชำระค่าสินค้าเต็มจำนวนสำหรับการขนส่ง ลองสอบถามกับซัพพลายเออร์ว่า สามารถชำระเงินตามรอบการจ่ายได้หรือไม่ เช่น 30 วัน 60 วัน 90 วันหรือ 180 วันสำหรับการชำระเงินเต็มจำนวนเมื่อสินค้ามาถึงมือ ผู้นำเข้าอาจชอบวิธีชำระเงินแบบนี้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ควรเจรจาต่อรองกับทางซัพพลายเออร์เพื่อเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย

สนใจสั่งสินค้าจากจีน ติดต่อ Weshopchina
www.weshopchina.com
โทร : 02-114-7461
LINE :

เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย ผู้นำเข้าต้องยื่นใบขนสินค้าและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ...
08/05/2026

เมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย ผู้นำเข้าต้องยื่นใบขนสินค้าและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ท่าที่นำเข้า
โดยก่อนที่จะนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศต้องทำการลงทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (Paperless) ก่อน และหากไม่ต้องการผ่านพิธีการเอง สามารถมอบอำนาจให้ตัวแทน (Custom Broker) ดำเนินการแทนได้
ในบางกรณีผู้นำเข้ายังต้องขอใบอนุญาตในการนำเข้าสำหรับสินค้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า โดยสินค้าบางรายการต้องได้รับการอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนการนำเข้า ซึ่งเอกสารที่จำเป็นในการยื่นเพื่อดำเนินพิธีการทางศุลกากรนั้น ประกอบไปด้วย

+ ใบขนสินค้าขาเข้า (Import Entry Declaration)
+ ใบตราส่งสินค้า (B/L หรือ Bill of Lading)
+ บัญชีราคาสินค้า (Invoice)
+ บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบห่อ (Packing List)
+ ใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตสำหรับสินค้าควบคุมการนำเข้า (License)
+ ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate Of Origin) กรณีขอลดหรือยกเว้นอัตราอากรขาเข้า
+ เอกสารอื่น ๆ เช่น แค็ตตาล็อก เอกสารแสดงส่วนผสม เป็นต้น

หลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ผู้นำเข้าต้องมาดำเนินการผ่านพิธีการนำเข้าในระบบ Paperless โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. การบันทึกข้อมูล ให้ผู้นำเข้าหรือตัวแทนบันทึกข้อมูลบัญชีราคาสินค้า (Invoice) ผ่านคอมพิวเตอร์หรือทาง Counter Service โดยโปรแกรมจะจัดทำข้อมูลให้อยู่ในรูปของ ‘ใบขนขาเข้า’ แล้วส่งข้อมูลให้กับทางกรมศุลกากร

2. การตรวจสอบข้อมูล เมื่อกรมศุลกากรได้รับข้อมูลแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น หากข้อมูลที่บันทึกมีข้อผิดพลาด กรมศุลกากรจะแจ้งข้อมูลกลับ เพื่อให้ทางผู้นำเข้าหรือตัวแทนแก้ไขแล้วส่งข้อมูลกลับไปใหม่ เมื่อข้อมูลทุกอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้วกรมศุลกากรจึงจะออก ‘เลขที่ใบขนสินค้าขาเข้า’

3. การตรวจสอบเงื่อนไข กรมศุลกากรจะทำการตรวจสอบเงื่อนไขอย่างละเอียด โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

- Green Line ใบขนสินค้าขาเข้าประเภทที่ไม่ต้องตรวจสอบพิธีการ สามารถนำใบขนสินค้าขาเข้าไปชำระภาษีอากร วางประกันและตรวจปล่อยสินค้าได้เลย
- Red Line ใบขนสินค้าขาเข้าประเภทที่ต้องตรวจสอบพิธีการ ต้องนำใบขนสินค้าไปติดต่อกับหน่วยงานประเมินอากรของท่าที่นำเข้าสินค้านั้น

4. การตรวจปล่อยสินค้า เมื่อชำระภาษีอากรทั้งหมดแล้ว จะมีการตรวจสอบข้อมูลของสินค้าอีกครั้ง ก่อนทำการปล่อยสินค้าออกมา

5. การจัดเก็บข้อมูล ผู้นำเข้าหรือตัวแทนต้องทำการจัดเก็บข้อมูล ‘บัญชีราคาสินค้า’ ในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบใบขนสินค้าหลังการตรวจปล่อย โดยสามารถจัดพิมพ์เป็นรายงานได้เมื่อกรมศุลกากรร้องขอ

อย่างไรก็ตาม แม้ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าผ่านพิธีศุลกากรอาจดูเหมือนไม่ยุ่งยาก แต่หากใช้บริการกับชิปปิ้งหรือบริษัทขนส่งก็จะช่วยประหยัดเวลาและสะดวกกว่ามาก

สนใจสั่งสินค้าจากจีน ติดต่อ Weshopchina
www.weshopchina.com
โทร : 02-114-7461
LINE :

จากการก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลของผู้บริโภคทั่วอาเซียน ทำให้อาเซียนสามารถใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมต่อออนไลน์ในการขยายศักยภาพท...
01/05/2026

จากการก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลของผู้บริโภคทั่วอาเซียน ทำให้อาเซียนสามารถใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมต่อออนไลน์ในการขยายศักยภาพทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาลซึ่งหมายถึงโอกาสสำคัญของธุรกิจต่างๆ ที่จะมีโอกาสเติบโตมากกว่าที่เคย
จากรายงานเจาะลึก 10 Insight Digital Consumer ASEAN ของ Facebook จะทำให้เห็นถึงโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจและเป็นแนวโน้มใหม่ของผู้บริโภคที่น่าจับตามอง โดยสรุปออกมาได้ดังนี้

1️⃣ คุณภาพชีวิตมีผลต่อการเข้าสู่โลกออนไลน์ การที่คนส่วนใหญ่ในอาเซียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นส่งผลให้พวกเขาเข้าสู่การใช้ชีวิตออนไลน์มากขึ้นตาม เช่น การเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนในราคาที่แพงขึ้น คุณภาพดีขึ้น ทำให้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตและโลกออนไลน์มากกว่าเดิม จากรายงานพบว่า ผู้บริโภคออนไลน์ในอาเซียนเพิ่มขึ้นจาก 90 ล้านคนเป็น 250 ล้านคนระหว่างปี 2015-2018 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1.2 เท่าในปี 2025 เลยทีเดียว

2️⃣ อัตราการใช้เงินบนออนไลน์พุ่งสูงขึ้น เมื่อชาวอาเซียนได้เข้าสู่โลกออนไลน์ ทำให้การใช้จ่ายแบบดิจิทัลเพิ่มสูงกว่าเดิมและจะโตแซงหน้าอัตราการเพิ่มจำนวนของผู้ใช้มาออนไลน์รายใหม่ โดยรายงานฉบับนี้คาดการณ์ว่าตัวเลขการใช้เงินบนออนไลน์ของชาวอาเซียนทั้งหมดนั้นจะเพิ่มขึ้นกว่า 3.2 เท่า ในระหว่างปี 2018-2025

3️⃣ เสื้อผ้าและเครื่องอุปโภคบริโภคจะเป็นตัวกระตุ้นการใช้จ่ายออนไลน์ แม้สัดส่วนการซื้อสินค้า 2 ประเภทนี้บนร้านค้าออนไลน์จะยังต่ำมากเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ แต่นั่นหมายถึงโอกาสของแบรนด์ที่จะได้เติบโตอีกมากและสามารถกระตุ้นให้สัดส่วนการใช้เงินบนออนไลน์ในสองกลุ่มนี้โตขึ้นได้เป็นอันดับต้นๆ จนอาจทำให้ตัวเองกลายเป็นเจ้าตลาดได้ไม่ยาก

4️⃣ ผู้คนซื้อสินค้าออนไลน์แบบไม่ได้ตั้งใจ โดย 70% ของนักช็อปออนไลน์มักซื้อของที่ตัวเองไม่คิดว่าจะซื้อ เมื่อพวกเขาเปิดเข้าไปในเว็บไซต์ค้นหาสินค้าบางอย่าง แต่มักจะเผลอซื้ออะไรสินค้าอื่นๆ ติดมือกลับมาอยู่เสมอ

5️⃣ การค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ซึ่ง 86% ของผู้บริโภคที่ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่า พวกเขามักเปรียบเทียบสินค้าทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ไปพร้อมกันก่อนจะตัดสินใจเลือกช่องทางที่คุ้มค่ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความสะดวก ระยะเวลาที่จะได้รับสินค้าและค่าใช้จ่ายโดยรวมเมื่อเทียบกับทั้ง 2 ช่องทาง

6️⃣ ส่วนลดช่วยให้คุณได้ลูกค้า แต่ไม่ได้ทำให้คุณได้ใจลูกค้า ปฏิเสธไม่ได้ว่าการให้ส่วนลดมักจะทำให้คุณได้ลูกค้าใหม่ๆ มาเสมอ แต่กลับไม่ได้ส่งผลที่ดีต่อธุรกิจในระยะยาวแม้แต่น้อย กว่า 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด กล่าวว่า พวกเขามักซื้อสินค้าต่างๆ โดยไม่ได้รอส่วนลดหรือโปรโมชั่นเสมอไป ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของพวกเขาล้วนๆ

7️⃣ Social Media ยังคงเป็นปัจจัยหลักให้ผู้บริโภคในอาเซียนรู้จักและตัดสินใจซื้อ กว่า 50% ของกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคอาเซียนกล่าวว่า พวกเขามักจะเจอสินค้าหรือแบรนด์ใหม่ๆ ผ่านทางโซเชียลมีเดียเป็นประจำ ในขณะที่การค้นหาบนออนไลน์ทำให้พวกเขาเจอสินค้าใหม่ๆ เพียง 22% เท่านั้น

8️⃣ การสร้างความภักดียังดึงลูกค้าได้ดี การสร้างความภักดีกับลูกค้าในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสะสมแต้มหรืออะไรก็ตามนั้น สามารถทำให้ผู้บริโภคยอมกลับมาซื้อซ้ำได้จริง โดยซื้อมากขึ้นและยอมซื้อสินค้าหรือบริการประเภทอื่นๆ จากร้านค้าเดียวกันอีกด้วย ทั้งนี้ ยังพบว่า ผู้บริโภคยินดีที่จะช่วยโปรโมทแบรนด์ให้ฟรี เมื่อวิธีการสร้างความภักดีนั้นทำให้พวกเขาประหยัดได้ในระยะยาว พวกเขาก็จะเลือกซื้อแบรนด์นั้นซ้ำมากกว่ารอโปรโมชั่นหรือส่วนลดจากร้านค้าอื่นๆ

9️⃣ โอกาสการเป็นเจ้าตลาดในอาเซียนยังมีลุ้น ในภูมิภาคอาเซียนยังไม่มีเว็บไซต์หรือแบรนด์ใดที่ก้าวเข้ามาเป็นเจ้าตลาด E-commerce ที่แท้จริงได้ เพราะเจ้าใหญ่ในตลาดยังไม่ทิ้งกันขาด เช่น Shopee กับ Lazada ซึ่งต่างจาก Amazon ในสหรัฐที่เป็นเจ้าตลาดที่เพียงหนึ่งเดียว หรือแม้แต่ในจีนก็ตามที่ Alibaba ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Taobao Tmall 1688 ฯลฯ ซึ่งกินส่วนแบ่งทางการตลาดใหญ่กว่าเจ้าอื่นหลายเท่า ดังนั้น ใครที่อยากเป็นเจ้าตลาดในอาเซียนต้องรีบเร่งสร้างความภักดีต่อแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมากขึ้น

🔟 แบรนด์ใหญ่ต้องสร้างโมเดลธุรกิจแบบติดต่อลูกค้าโดยตรง จากการเข้ามาของยุคดิจิทัลที่ทำให้ผู้คนติดต่อสื่อสารได้ง่ายขึ้นและไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางหรือนายหน้า ดังนั้นธุรกิจใหญ่ที่เกิดมาก่อนยุคดิจิทัลหรือออนไลน์จะต้องเริ่มวางแผนในการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง เพราะสามารถสร้างประสบการณ์ในการซื้อขายสินค้ากับลูกค้า รวมทั้งสามารถควบคุมสินค้าและบริการได้เอง

ในยุคนี้ผู้คนในอาเซียนก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัว แม้อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานออนไลน์จะไม่สูงมาก แต่อัตราการใช้เงินบนออนไลน์นั้นเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการขนส่งที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกอุตสาหกรรมทำให้แนวโน้มของธุรกิจออนไลน์ในอนาคตนั้นมีโอกาสเติบโตมากขึ้น

สนใจสั่งสินค้าจากจีน ติดต่อ Weshopchina
www.weshopchina.com
โทร : 02-114-7461
LINE :

การดำเนินพิธีการนำเข้าสินค้าจากจีนนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นำเข้ามีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่นๆ...
24/04/2026

การดำเนินพิธีการนำเข้าสินค้าจากจีนนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้นำเข้ามีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าจากจีนหรือชิปปิ้งด้วยตนเอง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการนำเข้า หากเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายศุลกากรดังต่อไปนี้ ผู้นำเข้าจะได้รับโทษสถานเบา-หนักตามข้อกฎหมายและลักษณะความผิดที่คุณอาจจะไม่ได้ตั้งใจ

Weshopchina นำเสนอข้อมูลความผิดทางศุลกากรที่พบได้บ่อยๆ สำหรับผู้นำเข้าสินค้าจากจีน และเป็นสิ่งที่ต้องระวัง

1⃣ ลักลอบหนีศุลกากร คือการนำของที่ยังไม่ได้เสียภาษีอากรหรือของที่ควบคุมการนำเข้าหรือของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง เข้ามาในไทย โดยของที่ลักลอบหนีศุลกากรอาจเป็นของที่ต้องเสียภาษีหรือไม่ต้องเสียก็ได้ หรืออาจเป็นของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดหรือไม่ก็ได้ หากไม่นำมาผ่านพิธีการศุลกากร ถือว่ามีความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร มีโทษสูงสุดคือให้ริบของที่ลักลอบหนีศุลกากรและปรับเป็นเงิน 4 เท่าราคารวมภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับต่อการกระทำความผิด 1 ครั้ง

2⃣ เลี่ยงเสียภาษีอากร คือการนำของที่ต้องชำระภาษีอากรเข้ามาในไทย โดยผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง แต่ใช้วิธีเพื่อมิให้ต้องชำระค่าภาษีอากรหรือชำระในจำนวนที่น้อยกว่าที่ต้องชำระ เช่น สำแดงปริมาณ น้ำหนัก ราคา ชนิดสินค้า หรือพิกัดอัตราศุลการเป็นเท็จ โทษที่จะได้รับคือ ให้ริบของที่เลี่ยงภาษีและปรับเป็นเงิน 4 เท่าของของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

3⃣ สำแดงเท็จ คือการสำแดงใดๆ ในการนำเข้าสินค้าที่เป็นเท็จหรือไม่ตรงกับหลักฐานและเอกสาร เช่น
– การยื่นใบขนสินค้าเป็นเท็จ
– การตอบคำถามเท็จต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
– ละเลย ไม่ทำ ไม่รักษาบันทึกเรื่องราวหรือทะเบียน สมุดบัญชี เอกสาร หรือตราสารอื่นๆ ซึ่งกฎหมายศุลกากรกำหนดไว้
– ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารบันทึกเรื่องราวหรือตราสารอื่นๆ ที่ปลอมแปลงแล้ว
– แก้ไขเอกสาร บันทึกเรื่องราว หรือตราสารอื่นๆ ภายหลังที่ทางราชการออกให้แล้ว
– ปลอมดวงตรา ลายมือชื่อ ลายมือชื่อย่อหรือเครื่องหมายอื่นๆ ของพนักงานศุลกากร

การกระทำตามลักษณะดังกล่าวข้างต้น ให้ถือเป็นความผิด โทษสูงสุดคือปรับเป็นเงินไม่เกิน 50,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

4⃣ ความผิดฐานนำของต้องห้ามหรือต้องกำกัดเข้ามา กฎหมายศุลกากรได้กำหนดของต้องห้ามและของต้องกำกัดเอาไว้อย่างเคร่งครัว สำหรับของต้องกำกัดนั้น จะนำเข้าได้ก็ต่อเมื่อมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นๆ แนบมาด้วย สำหรับโทษของผู้กระทำผิดในการลักลอบนำของต้องห้ามต้องกำกัดเข้ามาในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง โทษสูงสุดคือ ริบของที่หลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อกำกัด และปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำและปรับ

5⃣ ฝ่าฝืนพิธีการศุลกากร ในการนำเข้าสินค้าแต่ละครั้ง ผู้นำเข้าจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารและการควบคุมการจัดเก็บภาษีอากร และการนำเข้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม การกระทำผิดฐานฝ่าฝืนพิธีการศุลกากรนั้น มีหลายลักษณะ สำหรับความผิดฐานฝ่าฝืนกฎระเบียบที่กำหนดไว้ จะถูกปรับเป็นเงิน 1,000 บาท

สนใจสั่งสินค้าจากจีน ติดต่อ Weshopchina
www.weshopchina.com
โทร : 02-114-7461
LINE :

ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีผลิตภัณฑ์ในระดับสูง สามารถเป็นแหล่งที่ดีของสินค้าทุกชนิดตามความจำเป็นที่มีอยู่ในตลาด ธุรกิจ และบ...
17/04/2026

ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีผลิตภัณฑ์ในระดับสูง สามารถเป็นแหล่งที่ดีของสินค้าทุกชนิดตามความจำเป็นที่มีอยู่ในตลาด ธุรกิจ และบริษัทนำเข้า-ส่งออกสินค้าสามารถค้นหาตัวเลือกมากมายในประเทศจีน อย่างไรก็ตามเพื่อให้ประสบความสำเร็จคุณต้องค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดที่จะนำมาซึ่งผลกำไรและช่วยให้คุณพัฒนาธุรกิจของคุณในระยะยาว

เมื่อคุณต้องการเป็นผู้นำเข้าและคุณเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของจีน เพื่อความสำเร็จของธุรกิจ Shippingจีน มีกฏบางประการที่คุณต้องเผชิญ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เข้าสู่อุตสาหกรรมนี้จะประสบความสำเร็จ

เป็นไปได้ว่าคุณจะเปลี่ยนประเภทของสินค้าที่คุณนำเข้าหลายครั้ง ตามสิ่งที่ตลาดต้องการมากที่สุด ต่อไปนี้คือผลิตภัณฑ์ยอดนิยมที่ดีที่สุดและทำกำไรมากที่สุดจากจีน :

◽ เสื้อผ้าและเครื่องประดับแฟชั่น ⋮⋮ อุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ตั้งแต่อดีต จนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์แฟชั่นใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน แน่นอนที่สุดตลาดแฟชั่นเพราะเสื้อผ้าจะเป็นที่ต้องการเสมอเพราะมันมีกำไรอย่างมาก หากคุณวางแผนจะนำเข้าเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นจากจีน คุณควรตรวจสอบคุณภาพราคาและวัสดุ สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องมี Brand Position ของคุณ

◽ ยานพาหนะอิเล็กทรอนิกส์ ⋮⋮ อีกหนึ่งสายผลิตภัณฑ์ที่เลื่องลือของจีน เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นิยมนำเข้าจากประเทศจีนคือรถยนต์อิเล็กทรอนิกส์ สถิติยอดขายรถยนต์ทั่วโลกในปี 2560 เพียงอย่างเดียวนั้นอยู่ที่ประมาณ 79 ล้านคันซึ่งเป็นการตอกย้ำความต้องการรถยนต์ในสังคมของเราในปัจจุบัน

◽ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ⋮⋮ ความต้องการสินค้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้นอย่างมากในปัจจุบันด้วยแรงผลักดันจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและความต้องการของผู้บริโภค ประเทศจีนมีตัวเลือกมากมายสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับ บริษัท dropshipping ต่างๆ เช่น อาลีบาบาและ Chinabrands ที่เสนอผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์หลายร้อยรายการแก่ผู้บริโภค

◽ การตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ ⋮⋮ ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและความต้องการเฟอร์นิเจอร์ก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น นอกจากนี้รสนิยมของผู้คนในการตกแต่งบ้านและความนิยมของการตกแต่งภายในทำให้ผู้คนให้ความสำคัญกับการตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์มากขึ้น นี่อาจเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่จะนำเข้าจากประเทศจีน

เคล็ดลับที่มีประโยชน์ที่สุดในการพิจารณาการเพิ่มผลกำไรของคุณเมื่อคุณนำเข้าสินค้าจากจีน :

◽ วิจัยตาดและธุรกิจของคุณ ⋮⋮ การวิจัยอาจเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของกระบวนการถ้าคุณต้องการที่จะได้รับผลลัพธ์ที่ดี พยายามเข้าใจตลาดเฉพาะของคุณ (Niche Market) เพื่อปรับปรุงการตลาดของคุณ มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะทราบว่าตลาดเฉพาะของคุณยังช่วยให้คุณสร้างราคาที่ดีที่สุดสําหรับผลิตภัณฑ์นอกจากนี้ในส่วนของการวิจัยที่คุณต้องการรวมถึงการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเชิงพาณิชย์ของจีนด้วย

◽ ค้นหาผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการสูง ⋮⋮ กุญแจสำคัญในกระบวนการนำเข้า-ส่งออกที่ดี คือการหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อการค้า คุณอาจต้องการที่จะทำให้การตัดสินใจนี้หลังจากขั้นตอนของการวิจัย เพราะคุณต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตลาดที่คุณต้องการเข้าถึง ความต้องการเหล่านี้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในประเทศและยังขึ้นอยู่กับสัดส่วนของเมืองและชนบท เมื่อนำเข้าสินค้าขายส่งจากจีนคุณสามารถเริ่มต้นด้วยสินค้าที่มีความเสี่ยงต่ำเช่น เสื้อผ้า การตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

◽ ค้นหาซัพพลายเออร์ที่ดี ⋮⋮ เมื่อคุณมีข้อมูลและผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการ ผู้ส่งออกจีนของคุณจะเป็นหุ้นส่วนหลักของคุณ ดังนั้น ความสัมพันธ์นี้ต้องสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไว้วางใจ เป็นวิสัยของคู่ค้าระหว่างประเทศ ซัพพลายเออร์จำนวนมากกำลังมองหาผู้นำเข้าเพื่อทำงานร่วมกันและนี่อาจเป็นข้อได้เปรียบที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย ด้วยความร่วมมือและความรู้มากมายการจัดตั้งทีมนำเข้า-ส่งออกที่เหมาะสมอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

◽ ตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีการจัดส่ง ⋮⋮ สินค้าบางอย่างต้องการวิธีการจัดส่งที่แน่นอนและการประกันภัยสินค้าบางประเภท ดังนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์ที่คุณนำเข้า โชคดีที่คุณไม่ต้องตัดสินใจด้วยตัวคุณเอง ผู้ส่งออกของคุณจะเลือกวิธีที่ดีในการจัดส่งสินค้าของคุณ เพราะคุณและผู้ส่งออกของคุณมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าของคุณปลอดภัยในการขนส่ง

◽ อยู่บนความถูกต้องด้านกฎหมาย ⋮⋮ ในกระบวนการนำเข้า-ส่งออกทั้งหมดแสดงถึงเอกสารจำนวนหนึ่งที่ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกจัดหาให้ ใบรับรองเกี่ยวกับที่มาของสินค้า หรือใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E คุณและคู่ของคุณจำเป็นต้องได้รับแจ้งเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงการเรียกตรวจสอบย้อนหลัง รวมถึงค่าใช้จ่ายและความล่าช้าที่ไม่จำเป็น

สนใจสั่งสินค้าจากจีน ติดต่อ Weshopchina
www.weshopchina.com
โทร : 02-114-7461
LINE :

❓ จำเป็นไหมที่ต้องทำประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล ?👉คำตอบคือ จำเป็นมาก เพราะการทำประกันภัยขนส่ง เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่...
10/04/2026

❓ จำเป็นไหมที่ต้องทำประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล ?

👉คำตอบคือ จำเป็นมาก เพราะการทำประกันภัยขนส่ง เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเมื่อต้องนำเข้าสินค้าในปริมาณมากๆ
แม้ผู้นำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยจะมองว่า การนำเข้าจากจีนมาไทยนั้นอาจเสี่ยงต่อความเสียหายน้อยกว่า แต่จริงๆ แล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรมารับประกันได้ว่า สินค้าของคุณจะปลอดภัย 100% หรือปราศจากความเสี่ยงในการสูญหาย ถูกโจรกรรม ตลอดจนภัยพิบัติทางธรรมชาติ และอุบัติเหตุต่างๆ ที่ยากเกินกว่าจะคาดเดา
การขนส่งสินค้าจากจีนค่อนข้างซับซ้อน มีทั้งการขนส่งทางเรือ รถบรรทุก ส่งต่อนายหน้าขนส่ง ไปจนถึงบริษัทโลจิสติกส์บุคคลที่สาม (3PL) และพ่อค้าคนกลางในอุตสาหกรรม สินค้าของคุณต้องผ่านผู้ให้บริการหลายมือ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วสำหรับการลงทุนทำประกันภัยขนส่ง

❓ ประกันภัยการขนส่งสินค้าคืออะไร?

👉ประกันภัยขนส่งสินค้าเป็นการทำประกันภัยทรัพย์สิน เพื่อรับประกันสินค้าในระหว่างการขนส่ง โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายของสินค้าที่อาจเกิดความชำรุด เสียหายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันในระหว่างการขนส่ง เช่น ภัยทางทะเล ภัยทางอากาศ หรือทางบก ซึ่งภัยที่ได้รับความคุ้มครองนั้นจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ผู้เอาประกันภัยเลือกซื้อความคุ้มครองเอาไว้

❓ ทำไมต้องซื้อประกันประกันภัยการขนส่งสินค้า

👉ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไปยังทุกพื้นที่นั้น ย่อมมีความเสี่ยงที่สินค้าจะเกิดความเสียหายได้มากมายหลายรูปแบบ และคุณอาจไม่ถึง เช่น
⇒ สินค้าถูกขโมยหรือโจรกรรม
⇒ มีข้อผิดพลาดในการขนส่ง เช่น ไม่ระมัดระวัง สินค้าตกหล่น การจัดการกับสินค้าที่ไม่เหมาะสม
⇒ เกิดอุบัติเหตุต่อยานพาหนะที่บรรทุก เช่น ภัยธรรมชาติทางทะเล เรือจม ไฟไหม้ หรืออุบัติเหตุที่เกิดจากการจราจรบนท้องถนนหรือพาหนะที่บรรทุกสินค้าพลิกคว่ำ ฯลฯ.
⇒ สินค้าเสียหายจากการสัมผัสกับฝนหรือน้ำเค็ม
⇒ ความแปรปรวนของอุณหภูมิ/สภาพอากาศ
ความเสี่ยงดังกล่าวเป็นเรื่องยากที่เจ้าของสินค้าจะจัดการได้ด้วยตนเอง เนื่องจากสินค้าจะถูกส่งไปยังบุคคลที่ 3 ที่จะจํากัดความรับผิดของพวกเขาสําหรับการสูญเสียหรือความเสียหายของสินค้าเหล่านั้น

❓ ประกันภัยการขนส่งสินค้าครอบคลุมอะไรบ้าง ?

👉⇒ อุบัติเหตุที่เกิดจากภัยภิบัติจากธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากการกระทำของมนุษย์ และเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์และหลีกเลี่ยงได้ เช่น น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว หรือเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกัน
⇒ อุบัติเหตุที่เกิดจากการกระทำของผู้จัดส่ง : เช่น การโหลดหรือบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม

❓ สิ่งที่ประกันภัยการขนส่งสินค้าไม่ครอบคลุม

👉⇒ อุบัติเหตุที่เกิดจากสภาพโดยธรรมชาติของสินค้า : ผู้ให้บริการจะไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียและความเสียหายจากสภาพโดยธรรมชาติของสินค้า เช่น การสลายตัวตามธรรมชาติ หรือสิ่งที่ทำให้เสื่อมสภาพตามช่วงเวลา อาทิ การเกิดสนิม การเน่าเสียของอาหาร เป็นต้น

การขนส่งสินค้าทางทะเล มักก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินค้า การประกันภัยสินค้า ช่วยให้ผู้นำเข้าสินค้าจากจีนไม่ต้องเดือดร้อนจากกรณีที่สินค้าได้รับความเสียหายจากการขนส่งทางทะเล

สนใจสั่งสินค้าจากจีน ติดต่อ Weshopchina
www.weshopchina.com
โทร : 02-114-7461
LINE :

ประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) เป็นคำศัพท์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในธุรกิจ มันได้แสดงให้เห็นว่าทุกการเข้าถึงของ...
03/04/2026

ประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) เป็นคำศัพท์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในธุรกิจ มันได้แสดงให้เห็นว่าทุกการเข้าถึงของลูกค้ากับบริษัทเป็นอย่างไร?
นี่คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ธุรกิจรวมถึงผู้ให้บริการชิปปิ้งจีนประสบความสำเร็จ หากลูกค้ามีความชื่นชอบและได้รับประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์ ลูกค้าที่ได้สัมผัสจะกลายเป็นลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์และเกิดการบอกต่อแบรนด์ในเชิงบวก ทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมในระยะยาว

❓ ประสบการณ์ของลูกค้าคืออะไร?

ประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) คือสิ่งที่ลูกค้าได้รับจากการเข้าถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทหรือแบรนด์นั้นๆ ในแต่ละครั้งที่เข้าถึง โดยลูกค้าอาจได้รับประสบการณ์ที่ดีหรือเลวร้าย น่าประทับใจหรือเลิกใช้บริการตลอดไปเลยก็ได้ หากได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีหรือไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้

❓ ทำไมต้องปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า?

การแข่งขันทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพคือให้ความใส่ใจกับประสบการณ์ของลูกค้า ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบด้านการแข่งขันเทียบเท่ากับการแข่งขันด้านคุณภาพและราคา หากสามารถปรับปรุงประสบการณ์และพัฒนาต่อยอดไปได้ จะทำให้มีความโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งทางธุรกิจ ช่วยให้การสร้างการรับรู้ของแบรนด์มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

ดังนั้น ประสบการณ์ของลูกค้า จึงเป็นองค์ประกอบรวมทั้งหมดที่ลูกค้าได้รับจากผลิตภัณฑ์หรือบริการ ซึ่งในทาง Customer Service การสร้างประสบการณ์ที่ดี ลูกค้าจะต้องสามารถเข้าถึงได้ง่าย การให้บริการรวดเร็ว สนับสนุนหรือแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดถูกต้อง สร้างความประทับใจ และให้บริการอย่างสุภาพ

การปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าจึงมีผลสำคัญที่ทำให้แบรนด์หรือธุรกิจประสบความสำเร็จสูงสุด โดยเฉพาะผู้ให้บริการชิปปิ้งจีน และนี่คือ 5 กลยุทธ์ที่ช่วยให้ลูกค้าประทับใจด้วยการบริหารประสบการณ์

1️⃣ รองรับลูกค้าผ่านสมาร์ทโฟน

การสื่อสารที่รวดเร็วในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นสมาร์ทโฟน จากการวิจัยของ Pew Research Center พบว่า 91% ของวัยผู้ใหญ่มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง สิ่งที่น่าสนใจคือผู้บริโภคกำลังทำอะไรกับอุปกรณ์เหล่านี้ จากรายงานยังพบว่า 63% ผู้บริโภคต่างมองหาช่องทางการเข้าถึงบนสมาร์ทโฟนหลายครั้งต่อเดือน กล่าวคือ ผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนในการค้นหาข้อมูลและขอความช่วยเหลือจากบริษัท นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ควรมีการออกแบบเว็บไซต์ให้สามารถรองรับกับอุปกรณ์เคลื่อนที่และลูกค้ายังสามารถเข้าถึงผ่านสมาร์ทโฟนของตัวเองได้ง่ายๆ อีกด้วย

2️⃣ การตอบสนองลูกค้า

การตอบสนองที่รวดเร็ว เป็นการบริหารประสบการณ์ที่ดีต่อลูกค้าโดยแข่งขันกับเวลา เช่น การใช้เวลาผลิตสินค้าน้อยลง สินค้าพร้อมส่ง พร้อมใช้งาน การใช้เวลาขนส่งน้อยลง หรือแม้แต่การให้คำตอบกับลูกค้าที่มีการสอบถามข้อมูลเข้ามา อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้ดีขึ้น เช่น การตอบคำถามด้วย Live Chat เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่สามารถให้คำตอบกับลูกค้าได้แทบจะทันที โดยเฉลี่ยจะมีการตอบแชทภายใน 2 วินาทีหรือไม่เกิน 2 นาที และเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสำหรับธุรกิจออนไลน์

3️⃣ ให้ข้อมูลข่าวสาร

ธุรกิจสามารถให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้ง่ายดาย เช่น ข้อมูลประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสินค้า, บริการที่สามารถใส่รูปภาพหรือวิดีโอประกอบ และ Link ที่เกี่ยวข้อง หรือมีระบบแหล่งข้อมูลเพื่อให้บริการด้วยตนเอง (Self-Service) ซึ่งลูกค้าสามารถติดตามข่าวสารและหาคำตอบได้ตามเวลาที่สะดวก

4️⃣ ใช้วิธีบอกต่อ

การสื่อสารการตลาดในรูปแบบการบอกต่อหรือปากต่อปาก เป็นรูปแบบที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด ขณะเดียวกันหากลูกค้ารู้สึกประทับใจจะกลายเป็นผู้บอกต่อผ่านประสบการณ์ของตนเองในการใช้สินค้าหรือบริการไปยังคนใกล้ชิดรอบๆ ตัว แต่มันก็เหมือนเป็นดาบสองคมเช่นกัน หากลูกค้ารู้สึกไม่ประทับใจต่อสินค้าหรือบริการ อาจเกิดการบอกต่อในเชิงลบ ที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว และเป็นผลกระทบต่อลูกค้าในวงกว้างจนยากที่จะควบคุม

5️⃣ รองรับลูกค้าแบบ Omni-Channel

ส่วนใหญ่แล้ว ประสบการณ์ลูกค้ามักมาจากหลายช่องทาง การเชื่อมโยงช่องทางการตลาดต่างๆ รวมให้เป็นอันเดียวกัน ช่วยให้สามารถบริหารประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างราบรื่น ลูกค้าจะได้รับความสะดวกต่อการเข้าถึงสินค้าและบริการได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ ธุรกิจยังมีทางเลือกจำหน่ายสินค้าต่างๆ ได้มากขึ้น ช่วยให้เข้าถึงและปรับกลยุทธ์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม

กลยุทธ์ทั้งหมดเหล่านี้ สร้างการรับรู้แบรนด์ ความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์อย่างแท้จริง อีกทั้งมันยังช่วยให้ธุรกิจของคุณดูโดดเด่นเหนือคู่แข่งได้อย่างสิ้นเชิง!

สนใจสั่งสินค้าจากจีน ติดต่อ Weshopchina
www.weshopchina.com
โทร : 02-114-7461
LINE :

เชื่อไหมว่า หากมองไปรอบๆ ตัวเรา 1 ใน 10 ของสินค้าที่คุณพบเจอนั้น จะต้องมีสักชิ้นที่ Made in China เพราะเหตุใด สินค้าจากจ...
27/03/2026

เชื่อไหมว่า หากมองไปรอบๆ ตัวเรา 1 ใน 10 ของสินค้าที่คุณพบเจอนั้น จะต้องมีสักชิ้นที่ Made in China เพราะเหตุใด สินค้าจากจีนจึงได้รับความนิยม และสามารถพบได้อยู่ทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าสินค้าที่มีป้าย Made in China นั้น จะเป็นสินค้าที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือ Low Grade อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจมาตลอด เพราะจีนยุคนี้ พัฒนาเป็นประเทศผู้นำด้านการผลิตสินค้าคุณภาพดี มีตัวเลือกสินค้าให้เลือกหลากหลาย

ปัจจุบัน หลายแบรนด์ดังมีการจ้างผลิตสินค้าจากโรงงานจีน (OEM) และยังเป็นสินค้าเกรดพรีเมี่ยม อาทิ Apple, Nike ฯลฯ แล้วทำไมสินค้าทั่วโลก จึงนิยมผลิตในโรงงานจีน ค้นหาคำตอบได้จากบรรทัดต่อไปนี้

٠ ค่าแรงการจ้างผลิตสินค้าจากโรงงานในจีน (OEM) ค่อนข้างต่ำ

เนื่องจากจีน มีประชากรเยอะที่สุดในโลกหรือราว 1.39 พันล้านคน ทำให้เกิดอุปทานของแรงงานในประเทศจีนมากกว่าอุปสงค์ เดิมทีคนจีนส่วนใหญ่จะอพพยบเข้ามาทำงานในเมืองและยินดีที่จะได้รับค่าแรงที่ไม่สูงนัก ถึงแม้ว่าในตอนนี้จีนได้เพิ่มค่าแรงขั่นต่ำให้กับแรงงานผลิต เพื่อสอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นประเทศที่ยังมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำอยู่ดี ช่วยให้ผู้ประกอบการลดต้นทุนได้ 30-80% ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิต

٠ ระบบนิเวศทางธุรกิจ

ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของจีนเกือบทั้งประเทศเป็นความสัมพันธ์ทางธุรกิจแบบเครือข่าย และปลูกฝังระบบนิเวศทางธุรกิจ โดยมีการพัฒนาเป็นศูนย์กลางสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ E-Industry ตั้งแต่ ซัพพลายเออร์ ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานการผลิต ต้นทุนแรงงาน พนักงานด้านเทคนิค ตลอดจนลูกค้า

٠ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน

ในช่วงไม่กี่ปีผ่านมา มีซัพพลายเออร์จีนเพิ่มขึ้นจำนวนมากและขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในฐานะที่จีนเป็นศูนย์กลางการผลิต และมีประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตมากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการต่างชาติมีตัวเลือกที่มากขึ้น ด้วยตลาดที่กำลังเติบโต การเข้าถึงแรงงานต้นทุนต่ำ และความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของจีนกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการผลิตในต่างประเทศ สิ่งนี้จึงบังคับให้ซัพพลายเออร์จีน ต้องยกระดับมาตรฐานเพื่อดึงดูดลูกค้า

٠ สภาพแวดล้อมการทำงานของแรงงานผลิต ดีกว่าประเทศค่าแรงต่ำอื่นๆ

ผู้ผลิตชาวจีนมีการดำเนินงานภายใต้กฎระเบียบด้านสุขภาพ มีความปลอดภัยในการจ้างงาน และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมทั้งมีการปรับปรุงมาตรฐานให้ดีขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะพบโรงงานผลิตและส่งออกของจีนที่มีสภาพแวดล้อมเลวร้าย

٠ ข้อตกลงเรื่องภาษีและอากรในจีนและประเทศคู่ค้า

จีนขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน ในฐานะที่เป็นโรงงานผลิตของโลกโดยยกเลิกการเก็บภาษี 2 เท่าสำหรับสินค้าส่งออก หมายความว่า พวกเขาจะได้รับการยกเว้นภาษี (VAT) 0% หรือคืนภาษี เมื่อไหร่ก็ตามที่สินค้าจากจีนถูกส่งออกไปยังกลุ่มประเทศสมาชิกเขตการค้าเสรีอาเซียน AFTA (ASEAN Free Trade Area) 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, บรูไน, เวียดนาม, ลาว, พม่า และกัมพูชา จะได้รับการลดหย่อนภาษีนำเข้าจากจีนต่ำสุด 0% หากผู้นำเข้ามีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าหรือ Form E สิ่งนี้นี่เองที่ทำให้จีนสามารถดึงดูดลูกค้าผู้ประกอบการต่างชาติและได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางโรงงานผลิตของโลก

สนใจสั่งสินค้าจากจีน ติดต่อ Weshopchina
www.weshopchina.com
โทร : 02-114-7461
LINE :

ที่อยู่

โกดังWS ซอยชะนะชัย ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม
Bangkok
10240

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6621147461

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Weshopchina นำเข้าสินค้าจากจีนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์