10/08/2020
จากปุ๋ยสู่ระเบิดทำลายล้าง รู้จัก “แอมโมเนียมไนเตรต” สารเคมี ที่ระเบิดกรุงเบรุต เขย่าขวัญเลบานอน แต่สะเทือนใจทั้งโลก
เหตุการณ์ระเบิดกลางกรุงเบรุต เมืองหลวงของประเทศเลบานอน เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย กลายเป็นเหตุการณ์ที่เขย่าขวัญคนทั้งโลก เพราะอาจจะมีผู้เสียชีวิตมากกว่านับร้อยราย และล่าสุดตัวเลขผู้บาดเจ็บก็ทะยานไปถึงกว่าครึ่งหมื่นคน ยังไม่นับรวมทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือน ยานพาหนะที่เสียหายไปอีกจำนวนมาก
ภาพเหตุการณ์ คลิปวีดีโอที่ทำให้เห็นถึงความรุนแรงแผ่กระจายเป็นวงกว้างในโลกออนไลน์ ขณะเดียวกันทั้งเจ้าหน้าที่เลบานนอน สื่อต่างประเทศหลายสำนักก็เริ่มสืบเสาะถึงสาเหตุ และเริ่มพุ่งเป้ามาที่จุดระเบิดที่เป็นสถานที่กักเก็บ "แอมโมเนียมไนเตรต" จำนวนมหาศาล ซึ่งสารเคมีตัวนี้ที่อาจจะเป็นชนวนเหตุของการระเบิดครั้งประวัติศาสตร์ของเบรุต เลบานอน
คำถามที่เกิดขึ้น คือเหตุใดการเก็บสารเคมีอันตรายที่ชื่อว่า แอมโมเนียมไนเตรต ไปอยู่ใกล้เมือง ชุมชน เขตเศรษฐกิจของกรุงเบรุตเสียขนาดนั้น และคำตอบยังคงต้องใช้เวลาสืบสวน
อย่างไรก็ตาม หากมองไปยัง "แอมโมเนียมไนเตรต" มันคืออะไร และทำหน้าที่อย่างไร จากการค้นข้อมูลพบว่า สารเคมีดังกล่าว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ NH4NO3 คือ สารเคมีที่เอาไปทำปุ๋ยเคมี มีหน้าที่คือสำหรับบำรุงพืชพันธุ์ไม้ แต่...ทว่าในระยะหลังมันเริ่มมีข้อสังเกตว่ามีการพัฒนาการใช้ แอมโมเนียมไนเตรต ให้เป็นส่วนประกอบของการทำระเบิดได้ด้วย
นั่นเพราะใน แอมโมเนียมไนเตรต มีธาตุไนโตรเจน ที่หากนำไปผสมกับเชื้อเพลิงจะก่อให้เกิดเป็นระเบิดที่มีอำนาจทำลายล้างสูง อีกทั้งมันยังหาได้ง่าย ราคาถูก การนำไปประกอบเป็นระเบิดเพื่อใช้แต่ละวัตถุประสงค์จึงเกิดขึ้นมากเรื่อยๆ ทั้งการใช้ในอุตสาหกรรมถ่านหิน เหมืองแร่ เหมืองโลหะ แต่ระยะหลังในช่วงเวลาเกือบๆ 50 ปีที่ผ่านมา แอมโมเนียมไนเตรต เริ่มเข้าไปสู่วงการการก่อการร้ายมาเรื่อยๆ และในตะวันออกกลางจะเรียกมันว่า "ระเบิดปุ๋ย"
กลไกการระเบิดของสารแอมโมเนียมไนเตรต ศูนย์เทคโนโลยีโลหะ และวัสดุแห่งชาติ อธิบายในเว็บไซต์ว่า การระเบิดเริ่มต้นจากการระเบิดของเชื้อปะทุ (วัสดุที่มีวัตถุระเบิดปริมาณเล็กน้อย) และปลดปล่อย คลื่นระเบิด (detonation wave) ซึ่งมีความเร็วประมาณ 3.2-4.8 กิโลเมตร/วินาทีออกมา ส่งผลให้สารแอมโมเนียมไนเตรตในเม็ดปุ๋ยระเหิด กลายเป็นก๊าซทันที และจุดเชื้อเพลิงให้ลุกไหม้ พลังงานจากคลื่นระเบิดที่ทะลุผ่านสารแอมโมเนียมไนเตรตทำให้โมเลกุลสลายตัว อะตอมออกซิเจนถูกปลดปล่อยออกมา และรวมตัวเป็นก๊าซออกซิเจน เร่งปฏิกิริยาหรือกระบวนการเผาไหม้ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้ผลิตผลต่อเนื่องเป็นก๊าซร้อนต่างๆ
ก๊าซร้อนที่เกิดในเวลาสั้นเหล่านี้ทำให้เกิดคลื่นความดัน (pressure wave) ซึ่งเคลื่อนที่เร็วเท่าอัตราเร็วเสียง (330 เมตรหรือ 1,100 ฟุต/วินาที) คลื่นนี้อาจทำอันตรายต่อชีวิต วัตถุ สิ่งของต่างๆ โดยรอบ นอกจากนี้ความร้อนสูงซึ่งเกิดขึ้นจากการเผาไหม้ยังทำให้วัตถุโดยรอบไหม้ไฟได้ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดระบุว่า อำนาจการทำลายส่วนใหญ่มาจากคลื่นความดัน
กระนั้นก็ตาม แม้จะมีการระบุว่า ปุ๋ยแอมโมเนียมไนเตรต รวมถึงปุ๋ยบางชนิดสามารถนำมาผลิตเป็นระเบิดได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดระบุว่า ส่วนผสมของปุ๋ยเคมีและเชื้อเพลิงที่สามารถทำให้เกิดการระเบิดได้มีสัดส่วนค่อนข้างจำเพาะ หากผสมคลาดเคลื่อน จะมีผลให้ส่วนผสมทั้งหมดเกิดปฏิกิริยาติดไฟลุกไหม้ และไม่ระเบิด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบรุต เลบานอน ที่มีการระบุถึงสาเหตุว่าเกิดจากการกักเก็บ แอมโมเนียมไนเตรต ที่ไม่มีระบบควบคุมที่ดีพอ จนอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงตามมา
#แอมโมเนียมไนเตรต #เบรุต #เลบานอน #ระเบิด
อ้างอิง
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะ และวัสดุแห่งชาติ https://www.mtec.or.th/post-knowledges/280
--------------------------------------------------
ห่างกันสักพัก...แต่รักเหมือนเดิม
ติดตาม Thaiquote ตามช่องทางต่างๆ ได้ที่
Website : https://www.thaiquote.org/
Twitter : https://twitter.com/ThaiQuoteORG168
Youtube : www.youtube.com/c/ThaiQuote
Line@ : https://page.line.me/eet9107e